ภายในงาน Motor Show 2025 นับเป็นปีที่มีแบรนด์รถยนต์ นำรถ EV ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100 % เข้ามาโชว์ตัว และวางจัดจำหน่ายกันอย่างคึกคัก ซึ่งก็มีให้เลือกทั้งรูปแบบรถซีดาน รวมไปถึงรถเอสยูวี และรถสปอร์ต อีกทั้งยังมีราคาจำหน่ายให้เลือกหลาย ๆ หลาย ระดับไล่ไปตั้งแต่หลักแสน ไปจนถึงหลักล้านบาท

ดังนั้นในครั้งนี้ทางทีมงาน Autostation.com จึงได้รวบรวม และชี้เป้ารถยนต์ไฟฟ้า ที่มีราคาไม่เกิน 5 แสนบาท มาให้เพื่อน ๆ ที่สนใจอยากได้รถยนต์ไฟฟ้ามาไว้ครอบครองสักคัน โดยในงานมอเตอร์โชว์ 2025 ครั้งนี้ ก็มีอยู่หลายแบรนด์ด้วยกัน ส่วนจะมีรุ่นไหนกันบ้างนั้น เรารวมรวมมาให้ พร้อมทั้งสเปกเบื้องต้นมาไว้ให้เป็นช๊อตในการตัดสินใจ
รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่เกิน 5 แสนบาท

AION UT
AION UT เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาในแบบตัวถังแฮตช์แบ็ก 5 ประตู โดยรุ่นที่าอยู่ในงาน Motor Show 2025 และมีราคาไม่เกิน 5 แสนบาทนั้นก็คือในรุ่น Standard โดยตัวรถมาพร้อมดีไซน์โค้งมนสะดุดตา ตัวรถมีความยาว 4,270 มม. กว้าง 1,850 มม. สูง 1,575 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,750 มม. น้ำหนักตัวรถอยู่ระหว่าง 1,510-1,540 กก.
ภายในห้องโดยสารจะมากับมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว ที่วางตั้งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสองก้าน ส่วนตรงกลางคอนโซลหน้าจะเป็นหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ที่ควบคุมการสั่งงานโดยมีขนาด 14.6 นิ้ว ที่ถูกวางแบบแขวน
ในด้านสมรรถนะ AION UT ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้พละกำลังสูงสุด 100 kW (134 แรงม้า) ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 150 กม./ชม.

ระบบความปลอดภัย จัดเต็มทั้ง ถุงลมนิรภัย 6 จุด / เบรก ABS / ระบบควบคุมการทรงตัว / กล้องมองภาพรอบคัน และระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ ADAS
ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนในรุ่น Standard ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 136 แรงม้า (100 kW) แรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 12 วินาที ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. จับคู่กับแบตเตอรี่ความจุ 50 kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทางไกลกว่า 400 กม. (NEDC)
ราคาจำหน่าย AION UT
- รุ่น Standard ราคา 49X,000 บาท

LUMIN
LUMIN รถไฟฟ้าขนาดเล็กตัวถังแฮตช์แบ็ก 3 ประตู 4 ที่นั่ง ของทาง Changan ที่มากับรูปทรงที่น่ารักคิกขุ ด้านหน้า และด้านหลังติดตั้งไฟหน้า และไฟท้ายที่มีลักษณะคล้ายดวงตา มาพร้อมล้อขนาด 14 นิ้ว
ในด้านมิติตัวรถมีความยาว 3,270 มม. ความกว้าง 1,700 มม. ความสูง 1,590 มม. ระยะฐานล้อ 1,980 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 150 มม.
ภายในห้องโดยสารมีให้เลือก 2 โทนสี ได้แก่สีเขียว และสีส้ม แผงแดชบอร์ดจะมาพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้ว โดยถึงแม้ตัวรถจะมีขนาดที่เล็กกระทักรัด แต่ด้านท้ายมีพื้นที่เก็บของได้มากถึง 580 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลังลงซึ่งพับได้แบบ 50:50)

ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนมากับมอเตอร์ที่ให้กำลังสูงสุด 48 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 83 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0 – 50 กม./ชม. ใน 6.5 วินาที มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 2 โหมด ได้แก่ ECO และ SPORT
ด้านชุดแบตเตอรี่ในรุ่น Lumin L จะมีขนาดคามวจุ 27.98 kWh ส่วนในรุ่น L DC จะมีขนาด 28.08 kWh โดยทั้ง 2 รุ่นเมื่อชาร์จไฟเต็มจะวิ่งได้ไกลสุด 301 กม. (NEDC)
โดยที่รุ่น Lumin L DC รองรับการชาร์จด่วนกระแสตรงแบบ DC ใช้ระยะเวลาชาร์จจาก 30-80% ในเวลา 35 นาที ขณะที่รุ่น Lumin L รองรับเฉพาะการชาร์จแบบ AC ใช้เวลาชาร์จจาก 0-100% ในเวลา 10.5 ชม.
ราคาจำหน่าย Lumin
- Lumin Extended Range AC ราคา 479,000 บาท แคมเปญพิเศษ สูงสุด 80,000 บาท เหลือ 399,000 บาท
- Lumin Extended Range AC/DC ราคา 499,000 บาท แคมเปญพิเศษ สูงสุด 80,000 บาท เหลือ 419,000 บาท

NETA V-II
NETA V-II รถยนต์ไฟฟ้า 100% สไตล์ City Car ที่รองรับได้ 5 ที่นั่ง ของทางแบรด์ NETA โดยในรุ่นที่มีราคาไม่ถึง 5 แสนบาท ที่มีอยู่ในงาน Motor Show 2025 นั้นจะเป็นในรุ่น Smart
ตัวรถมาพร้อมแนวคิด “SMART & PLAY” ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว พร้อมฟังก์ชันที่ครบครันยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมากับระบบความปลอดภัย และช่วยในการขับขี่แบบจัดเต็ม มาพร้อมชุดไฟหน้า- ไฟท้ายที่เป็นแบบ LED ทั้งหมด ส่วนชุดล้อเป็นขนาด 16 นิ้ว

ในด้านขนาดมิติตัวรถมีความยาวอยู๋ที่ 4,070 มม., กว้าง 1,690 มม., สูง 1,540 มม. และมีระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,420 มม.
ภายในห้องโดยสาร ออกแบบในสไตล์ Hi-Tech Minimalist Concept แผงแดชบอร์ดจะได้รับ พวงมาลัยแบบสปอร์ตทรง 2 ก้าน มาพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 12 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน มาพร้อมหน้าจออินโฟนเทนเนต์ขนาด 14.6 นิ้ว ที่มาในแบบแนวตั้งรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay
มาพร้อมชุดอุปกรณ์เบรกมือไฟฟ้า EPB, แท่นชาร์จมือถือแบบไร้สาย, กุญแจแบบสมาร์ทคีย์พร้อมระบบ Ride & Go ส่วนพื้นที่เก็บของด้านหลังจะมีความจุอยู่ที่ 335 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลงจะเพิ่มพื้นที่มากถึง 552 ลิตร

ขุมพลังขับเคลื่อนมากับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 70kW (95 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ Lithium-ion ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 382 กม. (NEDC)
ราคาจำหน่าย NETA V-II
- รุ่น Smart ราคา 459,000 บาท

BYD Dolphin
BYD Dolphin รถยนต์ไฟฟ้าตัวถังแฮตช์แบ็ก 5 ประตู 5 ที่นั่ง ของทางแบรนด์บีวายดีโดยในรุ่นที่มีราคาไม่ถึง 5 แสนบาทนั้นจะเป็นในรุ่น Standard Range
ด้านงานออกแบบด้านหน้ามากับกระจังแบบปิดทึบสีดำพร้อมตีตรา BYD ไว้ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้าแบบ LED มาพร้อไฟ Follow Me Home ชุดไฟท้าย LED มาพร้อมล้อขนาด 16 นิ้ว ในด้านมิติขนาดตัวรถจะมีความยาว 4,290 มม. กว้าง 1,770 มม. สูง 1,570 มม. ระยะฐานล้อ 2,700 มม.

ภายในห้องโดยสารจะได้รับ เบาะที่นั่ง Bucket Seat ทรงสปอร์ตหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ แผงแดชบอร์ดติดตั้งหน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว มาพร้อมหน้าอินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว หมุนได้ทั้งแบบแนวตั้ง และแนวนอน รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay รวมถึงระบบสั่งการด้วยเสียงเป็นภาษาไทย / อังกฤษ
ด้านชุดอุปกรณ์จะากับช่องจ่ายไฟ 12V, ช่อง USB-A และ USB-C, กุญแจแบบคีย์การ์ด, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5, กระจกมองหลังปรับแสงได้, แท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือไร้สาย และหลังคาแบบ Panoramic Roof

สำหรับพละกำลังขับเคลื่อน รุ่น Standard Range จะติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 70 kW (95 แรงม้า) แรงบิด 180 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 12.3 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 150 กม./ชม. มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 44.9 kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งไกล 410 กม. (NEDC) รองรับการชาร์จไฟแบบ DC ขนาด 60 kW ให้กำลังไฟจาก 30 – 80% ภายใน 30 นาที และแบบ AC ขนาด 6.6 kW ชาร์จไฟเต็มในเวลา 6 ชม. 45 นาที
ด้านระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Strut ส่วนด้านหลังเป็นแบบ Torsion Beam
ราคาจำหน่าย BYD Dolphin
- รุ่น Standard ราคา 499,900 บาท
สำหรับราคาทั้ง 4 รุ่น 4 แบรนด์นี้ จะเป็นราคาที่มีจำหน่าย และจอง ภายในงาน BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW ครั้งที่ 46 เท่านั้น


ทั้งนี้ทั้งนั้นนอกเหนือจากรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาไม่เกิน 5 แสนบาท ทั้ง 4 รุ่น 4 แบรนด์นี้ ก็ยังมีรถยนต์ไฟฟ้าอีกหลายรุ่นที่น่าสนใจ รวมทั้งรถเครื่องยนต์สันดาป และรถทางเลือกประเภทอื่น ๆ ซึ่งหากเพื่อน ๆ ที่สนใจ สามารถเข้าไปชม และสัมผัสตัวจริงกันได้ที่ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 46 นี้ ตั้งแต่วันนี้ – 6 เมษายน 2568
