KIA ขยายพอร์ตโฟลิโอของรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเปิดตัว KIA EV4 2026 ที่ในงาน Kia Day โดยจะมีทั้งตัวถังซีดาน และแฮทช์แบ็ก โดยจะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวที่วางอยู่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 201 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 58.3 kWh โดยในรุ่นตัวถัง Sedan ชาร์จไฟวิ่งไกล 410 กม. ขณะที่ตังถังแฮทช์แบ็กจะวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 430 กม.


ในด้านงานดีไซน์ของ KIA EV4 ทั้งตัวถังซีดาน และแฮทช์แบ็ก จะได้รับ DNA มาจาก EV4 Concept ที่เปิดตัวมาครั้งแรกเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา

ถูกสร้างขึ้นตามปรัชญาการออกแบบที่เรียกว่า Opposites United ด้านหน้าคงเอกลักษณ์ของค่ายแบบ EV Tiger Face ที่มาพร้อมกับชุดไฟหน้า LED ที่มาในแบบแนวตั้ง เส้นสายตัวถังที่มีเส้นสายเหลี่ยมมุมทำให้ดูมีเอกลักษณ์



โดย KIA EV4 ตัวถัง Sedan ในส่วนด้านท้ายจะมีควาามลาดเท มาพร้อมสปอยเลอร์แบบ Duck trail ในตัวที่อยู่บนฝาประตูท้าย มาพร้อมชุดไฟท้ายแนวตั้ง ด้านล้ออัลอยขนาด 19 นิ้ว มาในแบบ Aero Wheel สีทูโทน โดยด้านในจะเป็นลวสดลายทรงสี่เหลี่ยม


ในส่วนของตัวถัง Hatchback จะพ่นเสาหลังคา C-Pillar ในสีดำ มาพร้อมล้อมีขนาด 19 นิ้วเหมือนกัน แต่ปรับดีไซน์เป็นคนละลาย มาพร้อมสปอยเลอร์หลังคาสีดำ ส่วนไฟท้ายมาในรูปทรงแนวตั้งเช่นกัน แต่เพิ่มในส่วนหางที่ยาวขึ้นที่เกือบจะเชื่อมต่อกัน


ขณะที่ในรุ่นย่อย GT-Line จะเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งเฉพาะรุ่น เสริมความสปอร์ตมากกว่ารุ่นปกติ โดยกันชนหน้าหลังจะมีช่องดักลมรูปทรงปีกนก ส่วนล้อมาในลายสามเหลี่ยมเรขาคณิตขนาด 19 นิ้ว


ในด้านขนาดมิติตัวรถ ทั้งในรุ่นซีดาน และแฮทช์แบ็ก จะมีความกว้าง 1,860 มิลลิเมตร และมีฐานล้อที่เทากัน 2,820 มิลลิเมตร ส่วนความยาวตัวรถนั้นตัวถังซีดาน จะมีความยาว 4,730 มิลลิเมตร ซึ่งยาวกว่าแฮทช์แบ็ก 300 มิลลิเมตร และเตี้ยกว่ารุ่นแฮทช์แบ็ก 5 มิลลิเมตร


ภายในห้องโดยสาร จะได้รับการออกแบบให้ล้ำสมัย แผงคอนโซลหน้าจะมากับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 30 นิ้ว ที่เป็นการรวมกันของ 3 หน้าจอ อันได้แก่ จอแสดงข้อมูลการขับขี่ และหน้าจออินโฟรเทนเมนต์ที่มีขนาด 12.3 นิ้ว โดยจะถูกคั้นกลางด้วยหน้าจอขนาด 5.3 นิ้วสำหรับการตั้งค่าสภาพอากาศ




ในส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายในรุ่นซีดาน จะมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระอยู่ที่ 490 ลิตร ในขณะที่รุ่นแฮทช์แบ็กมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้เพียง 435 ลิตร เนื่องจากมีช่วงท้ายที่สั้นกว่า

KIA EV4 ใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม E-GMP ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนทั้งในรุ่นซีดาน และแฮทช์แบ็ก จะมากับมอเตอร์เพียงตัวเดียววางอยู่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 150 kW (201 แรงม้า) ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม.ชม. ในเวลา 7.4 วินาที

มีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาดความจุ รุ่น Standard Range จะมีขนาด 58.3 kWh ส่วนรุ่น Long Range จะมากับแบตเตอรี่ขนาด 81.4 kWh
โดยในรุ่น Standard Range ในตัวถังซีดานชาร์จไฟวิ่งได้ระยะทาง 430 กม. ส่วนตัวถังแฮทช์แบ็กจะวิ่งได้ระยะทาง 410 กม./ชาร์จ มาพร้อมสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 400V ที่รองรับการชาร์จแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 10 – 80% ในเวลา 29 นาที
ส่วนในรุ่น Long Range ตัวถังซีดาน ชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้งวิ่งได้ระยะทาง 629 กม. ขณะที่ตัวถังแฮทช์แบ็กนั้นชาร์จไฟเต็มจะวิ่งได้ระยะทาง 580 กม. มาพร้อมสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 400V ที่รองรับการชาร์จแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 10 – 80% ในเวลา 31 นาที

ด้านราคาจำหน่ายของ KIA EV4 จะมีราคาเริ่มที่ 37,000 ดอลลาร์สหรัฐคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1.26 ล้านบาท โดย KIA EV4 ตัวถัง Sedan จะถูกผลิตในเกาหลี และมีขายเฉพาะในเกาหลี ในขณะที่รถแฮทช์แบ็กจะผลิตในยุโรป โดยในรุ่นซีดานจะวางจำหน่ายในเกาหลีใต้ภายในเดือนมีนาคมนี้ ก่อนที่ตัวถังแฮทช์แบ็ก และซีดานจะวางจำหน่ายในยุโรปในช่วงครึ่งหลังของปี 2025
นอกจากนี้ในอนาคตทางเกีย ยังเผยว่าจะมีรุ่นมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อนสี่ล้อ และเวอร์ชันตัวแรง GT ตามมาในอนาคต
