หลังจากเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมาทางแบรนด์ LEVC ได้เปิดตัว พร้อมเปิดวางจำหน่าย LEVC L380 ในตลาดเมืองจีน แต่ในปัจจุบัน L380 นั้นได้ถูกย้ายมาอยู่ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ Galaxy ของทาง Geely ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ทางการตลาด โดยการย้ายมาในครั้งนี้จะช่วยในเรื่องของวางจำหน่ายให้ดีขึ้นกว่าเดิม

สำหรับ Geely Galaxy LEVC L380 Land Airbus ที่ย้านเข้ามาในอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Galaxy นั้นจะมี ให้เลือก 4 รุ่นย่อย มาในแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง เปิดราคาจำหน่ายล่วงหน้าในจีน ไว้ระหว่าง 339,900 – 499,900 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ราว ๆ 1.5 – 2.3 ล้านบาท

ในด้านงานดีไซน์ก็ยังคงเดิม โดยจะมาพร้อมกับจุดเด่น ด้วยงานออกแบบทั้งภายนอก และภายในที่เหมือนกับ Airbus A380 โดยเฉพาะห้องโดยสารที่จะมีความสบาย และใหญ่โตเหมือนกับได้นั่งอยู่ A380

ตัวรถของ LEVC L380 จะมาในทรงกล่อง ด้านหน้ามีความมน และดูแหลมคล้ายกับหัวของเครื่องบิน มาพร้อมแถบไฟ LED ที่วางพาดเป็นเส้นอยู่หน้า ขณะที่ชุดไฟหน้าจะถูกแยกออกมาติดตั้งอยู่ที่บริเวณตัวกันชน ขยับลงมาด้านล่างสุดจะเป็นในส่วนของช่องดักอากาศแบบบาง โดดเด่นด้วยกระจกบังลมขนาดใหญ่ ที่จะช่วยสร้างวิสัยทัศน์การมองที่กว้าง
ด้านข้างน้นความเรียบหรู มือจับประตูแบบฝัง และหน้าต่างบานใหญ่ ในขณะที่ส่วนท้ายจะออกแบบให้ตัดตรง มาพร้อมชุดไฟท้าย LED ที่วางเต็มส่วนท้ายของตัวรถ มาพร้อมดีไซน์ได้โดดเด่นมากในเวลากลางคืน

ในด้านมิติขนาดตัวรถจะมีความยาว 5,316 มม., กว้าง 1,998 มม., สูง 1,940 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,185 มม.


ภายในห้องโดยสารจะเป็นแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง (2+2+2) โดยจะมีพื้นที่ห้องโดยสารต่อคนอยู่ที่ 1.13 ตร.ม. มาพร้อมความกว้างแถวหน้า 790 มม. ความกว้างแถวกลาง 1,000 มม. ความกว้างแถวที่สาม 940 มม.



เบาะที่นั่งทุกตำแหน่ง จะแยกอิสระแบบ Captain Seat ตัวเบาะจะถูกหุ้มด้วยหนัง Alcantara และวัสดุหนังแท้ เพื่อให้เนิ้อสัมผัสนุ่มสบายทุกอิริยาบท



ด้านการปรับเบาะสามารถปรับได้หลากหลายรูปแบบตาม เบาะแถวที่ 2 สามารถหมุนกลับหลังให้กลายเป็นห้องประชุมแบบเคลื่อนที่ได้ หรือจะปรับให้เอนราบกลายเป็นที่นอนขนาดใหญ่

นอกจากนั้นในยังมาพร้อมกับหน้าจอควบคุมสั่งงานที่ติดตั้งอยู่ที่เท้าแขนของตัวเบาะนัังแถวที่ 2 โดยมีขนาด 5.98 นิ้ว


ในด้านแผงแดชบอร์ด รวมถึงห้องโดยสารส่วนหน้าจะมากับงานออกแบบในสไตล์มินิมอลที่เรียบหรู โดยจะไม่มีปุ่มสั่งงานใด ๆ คอนโซลหน้าจะมากับแผงหน้าปัดแบบ LCD ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 10.25 นิ้ว ที่วางอยู่ดานหล้งพวงมาลัยมัลติฟังกฺชันทรง D-Shape ตรงกลางคอนโซลหน้าจะมากับหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ที่วางแบบลอยตัวขนาด 15.4 นิ้ว มาพร้อมระบบปฏิบัติการของรถรองรับโดย Flyme Auto สำหรับ LEVC OS ขับเคลื่อนด้วยชิป Dragon Eagle-1 คู่จาก Geely รวมทั้งยังได้รับการติดตั้ง จอ AR-HUD ขนาด 19.8 นิ้ว

นอกจากนั้นยังติดตั้งหน้าจอไว้สำหรับผู้โดยสารแถวหลังอีก 2 จอโดยอยู่ที่ด้านหลังเบาะคู่หน้า ที่มีขนาด 12.8 นิ้ว มาพร้อมถาดแบบพับเก็บได้



ด้านชุดอุปกรณ์ภายในจะได้รับ ระบบคปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกส่วน, ชุดไฟ Ambient light, ระบบ WiFi ในรถยนต์ 5G, ระบบผู้ช่วยเสียง AI, ระบบการอัปเดต OTA และแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่ให้กำลังชาร์จ 50W โดยจะวางอยู่ทั้งที่ตอนหน้า และเบาะที่นั่งแถวที่ 2


รวมทั้งยังมีหลังคากระจกแบบพาโนรามาที่มีขนาดใหญ่ถึง 2.18 ตร.ม. ซึ่งให้ความรู้สึกโปร่งสบายในห้องโดยสาร อีกทั้งยังสามารถหรี่ปรับความแสง และทึบได้อีกด้วย อีกทั้งยีังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ที่มีความจุมากถึง 1,100 ลิตร




ในด้านความปลอดภัย L380 มาพร้อมกล้องหน้า / กล้องด้านข้าง และกล้องตรวจจับความเมื่อยล้าของผู้ขับขี่ มาพร้อมกล้องมองหลังแบบสตรีมมิ่ง เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 ตัว เรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว และกล้องอินฟราเรดมองเห็นตอนกลางคืนระยะ 300 เมตร (เฉพาะรุ่นท็อป) รองรับฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบเตือนการชนด้านหน้า/ด้านหลัง ระบบเตือนออกนอกเลน ระบบตรวจจับจุดบอด และระบบช่วยจอด



LEVC L380 จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Space Oriented Architecture (SOA) ซึ่งเป็นเวอร์ชันปรับปรุงใหม่ของแพลตฟอร์ม SEA ของทางจิลี่ จะมีมอเตอไฟฟ้าให้เลือก 2 ขนาดความแรงได้แก่ มอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยว และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ โดยจะมีให้เลือก 4 รุ่นย่อยดีงนี้
- รุ่น 570 กม. ขับเคลื่อนล้อหน้า จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 200 kW (268 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 100 kWH
- รุ่น 650 กม. ขับเคลื่อน AWD จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 400 kW (536 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 116 kWH
- รุ่น 825 กม. ขับเคลื่อนล้อหน้า จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 200 kW (268 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 140 kWH
- รุ่น 805 กม. ขับเคลื่อน AWD จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 400kW (268 แรงม้า) จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 140 kWH


โดยตัวรถจะมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 170 กม./ชม. หรือ 180 กม./ชม. และเวลาเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 8.9 วินาทีหรือ 5.5 วินาที ขึ้นอยู่กับรุ่น มีโหมดการขับขี่ให้ 5 โหมด ได้แก่ Comfort, Economy, Sports, Snow และ Custom พร้อมรองรับการชาร์จไฟแบบ DC ที่ให้กำลังไฟจาก 30% – 80% ในเวลา 30 นาที
ส่วนคู่แข่งที่สำคัญของ LEVC L380 ก็จะเป็นบรรดาเอ็มพีวีไฟฟ้า ที่มีวางขายในจีนอยู่ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็น Li Mega, Denza D9, Xpeng X9, Maxus Mifa 9 หรือใหไทยจะรู่จักในชื่อ MG MAXUS 9 และ ZEEKR 009

Geely Galaxy LEVC L380 Land Airbus MPV ไฟฟ้าในตลาดเมืองจีนจะมีเฉดสีตังวถังให้เลือก 4 สีได้แก่ สีเขียวหยก Ice Jade, สีขาว Pearl White, สีน้ำเงิน Sapphire Blue และสีดำ Black Jade



ส่วนเฉดสีภายในห้องโดยสารจะมีให้เลือก 3 เฉดสีได้แก่ สีส้ม Amber Orange, สีดำ Obsidian Black, และสีขาว Platinum White

ส่วนจะมีการนำเข้ามาขายในตลาดเมืองไทยหรือไม่นั้นต้องติดตามกันให้ดี เพราะตอนนี้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ MPV EV ในบ้านเรานั้นกำลังคึกคักอยู่ที่เดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าหากมีความคืบหน้าอย่างไร ทางทีมงาน Autostation.com จะนำมารายงานให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
