หลังจากที่ทาง โอโมดา แอนด์ เจคู่ ประเทศไทย แบรนด์รถยนต์ภายใต้ Chery Automobile บริษัทเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติจีน ได้นำ JAECOO 7 SHS เอสยูวีสายลุยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด มาโชว์โฉมคันจริงที่งาน Motor Expo 2024 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ล่าสุดทาง OMODA & JAECOO ได้เผยภาพคันจริง พร้อมเปิดรายละเอียดตัวรถ ก่อนที่จะเปิดตัว ประกาศราคาอย่างเป้นทางการในช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ และกาอนที่จะไปทราบราคาจำหน่ายกันนั้นทางทีมงาน Autostation.com ได้นำภาพคันจริง พร้อมสเปคของ JAECOO 7 SHS มาให้ชมกันก่อน

สำหรับ JAECOO 7 SHS จะเป็นรุ่นที่ 3 ของทางแบรนด์ที่ทำตลาดในไทย โดยต่อมาจาก OMODA C5 EV และ JAECOO 6 EV

โดย JAECOO 7 SHS ย่อมาจาก (Super Hybrid System) เป็นรถเอสยูวีที่มาในรูปแบบปลี๊กอินไฮบริด ซึ่งเป็นนวัตกรรม HEV + EV แห่งโลกอนาคตที่ OMODA & JAECOO พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Chery Automobile


ในด้านงานออกแบบของ JAECOO 7 PHEV จะเน้นความบึกบึน แข็งแกร่ง ตามแบบฉบับรถออฟโรดสายลุย กระจังหน้าทรงหกเหลี่ยมรูปตัว U ขนาดใหญ่ ด้านในเป็นตะแกรงสีดำมาในแบแนวตั้ง พร้อมติดตราชื่อแบรนด์ JAECOO ไว้ตรงกึ่งกลาง ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้าแบบ Matrix Adaptive โดยด้านบนจะเป็นชุดไฟ DRL LED ที่มาในทรงเหลี่ยมแบบเรียวยาว ส่วนชุดไฟส่องสว่างด้านล่างจะเป็นแบบ LED ที่ออกแบบให้เป็น 2 ชั้น ขณะที่ชายล่างมาพร้อมช่องดักอากาศทรงเหลีั่ยม ที่มีไฟตัดหมอกติตดั้งอยู่ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง



ขณะที่ด้านข้างตัวรถ มากับเส้นสายที่เรียบง่าย ซุ้มล้อตกแต่งด้วยแถบสีดำ ตามแบบฉบับรถออฟโรดสายลุย มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ส่วนมือเปิดประตูถูกออกแบบให้ราบเรียบไปกับตัวรถเหมือนรถหรูราคาแพง นอกจากนั้นยังตกแต่งที่เสา A และ C ด้วยแถบสีดำ ทำให้ตัวรถมีหลังคาแบบลอยตัว หรือแบบ Floating


ส่วนด้านท้ายงานออกแบบก็จะเน้นในรูปท่รงเหลี่ยมทั้งหมดเริ่มจากชุดไฟท้ายที่เป็นแถบสีเหลี่ยมที่วางพาดยาวเต็มพื้นที่ส่วนท้าย ตรงกลางติดป้ายชื่อแบรนด์ J A E C O O เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังคาสีดำ มาพร้อมกันชนท้ายขนาดใหญ่สีดำ เติมภาพลักษณ์รถสายลุยด้วยการ์ดกะันกระแทกด้านหลังวสีเงิน พร้อมกับติดตั้งปลายท่อไอเสียโครเมียมทรงสี่เหลี่ยม

ด้านมิติขนาดตัวรถมีความยาว 4,500 มม. ความกว้าง 1,856 มม. ความสูง 1,680 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,672 มม. มีระยะห่างจากพื้น 174 มม. เพื่อให้สามารถลุยในเส้นทางออฟโรดได้อย่างสบาย


ภายในห้องโดยสารเน้นการออกแบบพรีเมียม แผงแดชบอร์ดติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรงสามก้าน วางอยู่ด้านหน้าจอแบบ LCD ที่วางแบบลอยตัวขนาด 10.25 นิ้ว ขณะที่หน้าจออินโฟรเทนเมนต์จะมาในแบบสัมผัสมีขนาด 14.8 นิ้ว รวมทั้งยังได้รับหน้าจอ W-HUD ที่สะท้อนไปยังกระจกบังลมหน้า



คอนโซลกลางจะถูกเชื่อมต่อกับแผงคอนโซลหน้าโดยออกแบบให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มาพร้อมแท่นชาร์จมือถือแบบไร้สายที่ชาร์จ, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟที่มีขนาด 1.1 ตร.ม. นอกจากนั้นยังมากับชุดเครื่องเสียงของทาง Sony



เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนังระดับพรีเมี่ยม เบาะนั่งฝั่งผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง, เบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ขณะเบาะนั่งแถวที่ 2 พับแบบ 40:60



มาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มีขนาดึความ 500 ลิตร เมื่อพับเบาะด้านหลังลงจะขยายพืน้ที่ได้มากถึง 1,265 ลิตร อีกทั้งยังมากับจอโปรเจคเตอร์ท้ายรถ

ในด้านระบบความปลอดภัยจะมากับนะบบ ADAS พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ 19 รายการ (รวมการแจ้งเตือนผู้ขับขี่ Driver Monitoring System)

สำหรับขุมพลังขับเคลื่อนของ JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System ทำงานรวมกันทั้งระบบ Series Hybrid / Parallel Hybrid) จะมากับขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด ที่จะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5TDGI เจเนอเรชั่นที่ 5 ระบบซูเปอร์อิเล็กทริกไฮบริด DHT (Super Electric Hybrid DHT System) เทอร์โบ ที่ให้กำลัง 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 215 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 310 นิวตันเมตร และมีมอเตอร์ไฟฟ้า Integrated Starter Generator (ISG)



โดยเมื่อรวมทั้งเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าจะให้กำลังรวมมากถึง 347 แรงม้า แรงบิดที่มากถึง 525 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์ Continuously Variable DHT ที่เป็นเกียร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดโดยเฉพาะ และมีประสิทธิภาพสูง ทำให้ประหยัดพลังงาน นอกจากนั้นแล้วยังทำให้การสับเปลี่ยนระหว่างสองระบบเป็นไปอย่างราบรื่น โดยส่งกำลังทั้งหมดไปยังคู่ล้อหน้า ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 8.5 วินาที มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่ ECO/Normal/Sport


มาพร้อมแบตเตอรี่ LFP ขนาด 18.3 kWh ที่ให้ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 120 กม./ ชม. หากมีแบตเตอรี่มากกว่า 25% และวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 106 กม. รวมทั้งเมื่อน้ำมันเต็มถัง และแบตเตอรี่ชารืจไฟเต็มจะวิ่งได้ระยะทางรวมถึง 1,300 กม.(ตามมาตรฐาน NEDC)

ส่วนด้านการชาร์จไฟ มีหัวชาร์จทั้งแบบ Type 2 และ CCS Combo รองรับการชาร์จทั้งแบบ AC รองรับสูงสุด 6.6 kW และการชาร์จไฟแบบ DC องรับสูงสุด 40 kW อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบปล่อยกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอก V2L สูงสุด 3.3 kW

ขณะที่ในด้านระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ McPherson Strut ส่วนช่วงล่างด้านหลังมาในแบบ Multi-Link

สำหรับ JAECOO 7 SHS จะได้รับการเปิดตัว ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคม 2568 นี้ โดยลุ้นราคาจำหน่ายไม่ทะลุ 1 ล้านบาท เพราะคู่แข่งในตลาดที่ถือว่าอยู่ในเซกเมนต์เดียวกันนั้นมีอยู่เยอะพอสมควร ทั้งที่มาจากบ้านเดียวกันอย่าง BYD SEALION 6 DM-i, MG HS PHEV, Haval H6 PHEV รวมทั้งเจ้าตลาดจากญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็น Toyota Corolla Cross Hybrid และ Honda HR-V ดังนั้นถ้าทะลุล้านต้องบอกว่าเหนื่อยแน่นอน

ทั้งนี้ทั้งนั้นหากมีข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเเติมออกมาทางทีมงาน Autostation.com จะนำรายงานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
